วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ประวัตินักดนตรีของภาคกลาง

ประวัติ
หลวงประดิษฐ์ไพเราะ เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2424 ณ. บ้านคลองดาวดึงษ์ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เดิมชื่อ ศร ศิลปบรรเลง เป็นบุตร นายสิน และนางยิ้ม ศิลปบรรเลง เริ่มเล่นดนตรีตั่งแต่อายุ 5 ขวบ เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่เล่น คือ ฆ้องวง เริ่มเรียนดนตรีกับบิดา เมื่ออายุ 11 ขวบ ไม่นานนักก็แสดงฝีมือปรากฏไปทั่ว จนมีชื่อเสียงโด่งดังว่าเป็นมือระนาดที่หาตัวจับยาก ได้ตีประชันวงและแสดงฝีมือเป็นที่ปรากฏจนมีชื่อเสียงโด่งดังในกรุงเทพฯต่อมาได้ตีระนาดถวายสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธ์ฯ เพียงตีเพลงโหมโรงไอยเรศ ไม่ทันจบก็ได้รับคำชม และรับประทาน ฉลองพระองค์แพร ครั้นได้เดี่ยวเพลงกราวถวาย ได้รับแหวนเพชรเป็นรางวัล และได้เป็นมหาดเล็กตั้งแต่นั้นมา โดยได้ตำแหน่ง จางวางมหาดเล็กในพระองค์ หลังจากนั้นไม่นานได้มีรับสั่งให้ประชันวงกับนักระนาดฝีมือเอกสมัยนั้นเพราะคำประมาทและความตั้งใจจริง จึงทำให้บังเกิดเพลง "กราวในทางฝัน" ขึ้น ครั้นตีประชันเข้าจริงๆ ก็ชนะในฝีมืออย่างเด็ดขาด ทำให้ชื่อเสียงโด่งดังที่สุด จนชื่อ "จางวางศร" ติดปากคนทั่วไป นอกจากฝีมือในการตีระนาดแล้ว เครื่องดนตรีอื่นๆ ทั้งหลายก็บรรเลงได้อย่างดี เช่น ซอ และปี่ ในด้านการแต่งเพลง ท่านก็แต่งได้รวดเร็ว ไพเราะ มีกลเม็ดเด็ดพรายมากมาย โดยเฉพาะสมัยรับราชการในวังบูรพาภิรมย์ เพราะในสมัยนั้นมีการประกวดประชันเพลงที่แต่งใหม่กันบ่อยๆ ทั้งเพลง 3 ชั้น เพลงเดี่ยว แม้กระทั้งการประกวดสมอง ในการคิดประดิษฐ์ทางรับ โดยนำเพลงที่ไม่เคยรู้จักมาร้องส่งให้ปี่พาทย์รับ ท่านก็นำวงรอดมาได้ทุกครั้ง นอกจากฝีมือดนตรี และลีลาในการแต่งเพลงที่ดีเยี่ยมแล้ว คีตกวีผู้นี้ยังได้สร้างผลงานใหม่ๆ ให้แก่ศิลปการดนตรีไทยอย่างมากหาที่สุดมิได้ ท่านมีชีวิตรุ่งเรืองมาตลอดรัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และยังได้ประดิษฐ์เพลงประกอบละครเรื่อง "ผกาวลี" ของเสถียรโกเศศ ถวายสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งดำรงพระอริยยศเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ประทับทอดพระเนตรอยู่ด้วยทำให้ล้นเกล้ารัชกาลที่ 8 มีพระดำริทรงศึกษาดนตรีไทยบ้าง แต่มาด่วนสวรรคตเสียก่อน หลังจากนั้นไม่นานท่านครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะก็ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2497 เวลา 19.45 น. อายุ 74 ปี 7 เดือน 7 วัน

ไม่มีความคิดเห็น: